11 พ.ย. 2550
วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงาน 7 ปีของปาป๊ากับมาม้า
มาม้าแพลนกับโกวเหมียวไว้ก่อนหน้านี้แล้วสองอาทิตย์ ว่าอยากไปเที่ยวตลาดน้ำ เหตุเกิดมาจากที่โกวณาฟอร์เวิร์ดเมลเกี่ยวกับตลาดน้ำบางน้ำผึ้งมาให้ มาม้าได้ที รีบส่งอีเมลต่อไปให้ปาป๊าดู แล้วนัดแนะวันกับโกวเหมียวโกวณาเสร็จสรรพ ว่าไปวันนี้แล้วกัน..จะได้มีข้ออ้างกับป๊าว่า ขอพิเศษเนื่องในวันครบรอบแต่งงาน (กร๊าก..เกี่ยวกันไม๊ลูก)
สาเหตุก็คือว่า ปาป๊าเป็นคนไม่ชอบที่ร้อนๆแล้วก็คนแยะๆเบียดๆกันหน่ะ แต่ก็หยวนให้เพราะว่ามาม้ามีข้ออ้างที่ดี ป๊าเลยตามใจ กั่กๆๆ
เราออกจากบ้านกันตอนเก้าโมงเช้า นัดเจออาม่า โกวเหมียว โกวณากันที่ตลาดเลย ตอนแรกนึกว่าป๊าจะพาไปหลงทางอีกซะแล้ว..แต่วันนี้ไม่ ป๊าพาเรามาถึงตลาดก่อนโกวเหมียวอีก (ปกติ ระบบนำทางของป๊าจะใช้การผิดพลาดตลอด แต่วันนี้มาม้าบอกปาป๊าแล้วว่า ..ถ้าของป๊าไม่ทำงาน แย่แน่..เพราะว่ามาม้าไม่รู้จักแถวนี้เลย แต่ป๊าบอกว่าสมัยก่อนเคยมาหาลูกค้าแถวนี้ เลยมาถูก)
มาม้าแนะนำทางไปตลาดบางน้ำผึ้งหน่อยแล้วกัน จากในฟอร์เวิร์ดเมลล์ที่ได้มา เค๊าว่าไว้อย่างนี้จ้า
ทางรถยนต์ จากกรุงเทพให้ขึ้นทางด่วนไปลงสุขสวัสดิ์ จะเห็นสามแยกพระประแดง สุขสวัสดิ์ เลี้ยวบริเวณปั๊มน้ำมัน MP พอถึงตลาดพระประแดงให้เลี้ยวซ้ายผ่านวัดทรงธรรมวรวิหารจะพบป้ายบอกทางไปตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ให้ขับตรงไปเรื่อยๆระหว่างทางจะต้องผ่านบริเวณก่อสร้างถนนวงแหวนขับตรงไปเรื่อยๆ จะพบสะพานข้ามคลองให้ขับข้ามสะพานจะเป็นถนนเพชรหึงส์ ขับตรงมาเรื่อยๆ สังเกตทางขวามือ จะเห็นป้ายซอยเพชรหึงส์ 26 ให้เลี้ยวขวาเข้ามาที่ลานจอดรถใกล้ๆ สถานีอนามัย จอดรถที่นี่แล้วเดินไปตลาดน้ำได้เลยค่ะ
ถ้าจากที่โกวเหมียวแนะนำเส้นทาง จะเป็นดังนี้ค่ะ (แต่บอกไว้ก่อนว่าโกวเหมียวดันหลงทางซะเอง อิอิ)
จากวงเวียนใหญ่ ออกแยกไปทางที่จะไปบางปะกอกถนนนั้นคือถ.สุขสวัสดิ์ ตรงไปเรื่อย ๆ ผ่านบางปะแก้ว, บางปะกอก, วัดสน ผ่านป้ายวงแหวนอุตสาหกรรม จนถึงสามแยกพระประแดง แล้วเลี้ยวซ้าย ผ่านตลาดพระประแดง แล้วถึงจุดบังคับให้เลี้ยวซ้าย ตรงไปประมาณ 5 กม. เลี้ยวขวาเข้า ซ.เพชรหึงส์ 26 ตรงเข้าไปแล้วสังเกตซุ้มประตูวัดบางน้ำผึ้งใน (มีลานจอดรถบริเวณนั้นก็หาที่จอดได้เลย)
แต่ถ้ายังไปไม่ถูก สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายก อบต. บางน้ำผึ้ง โทร. 01 171 4930 และสำนักงาน อบต. บางน้ำผึ้ง โทร. 02 819 6762..โกวเหมียวบอกว่า อบต..แนะนำทางไว้ให้ดีมากๆจ้า
ตลาดนี้เปิดตั้งแต่ 8.00-14.00น. เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น
โชคดีมากๆเลย สงสัยอากาศเป็นใจให้เราอ่ะ เรามาถึงที่ตลาดก่อนสิบโมงเช้านิดหน่อย อากาศเย็นสบาย ลมโชยเย็นเลยเชียวแหล่ะ ป๊ายิ้มร่าเลย..ไม่เจอแดด อิอิ
ที่จอดรถของตลาดที่นี่กว้างขวางดีด้วยนะจ๊ะ มีคนบริการโบกรถให้จอดตลอดทางเลยอ่ะ ป๊ายิ่งชอบใจใหญ่

อันนี้เป็นทางก่อนเข้าตลาดจ้า..มีส้มโอ..ขนมถังแตก..ของเด็กเล่น เสื้อผ้าราคาถูกและจิปาถะเต็มไปหมดเลย

ข้ามสะพานไม้ไปแล้ว ถึงจะเริ่มเข้าตัวตลาดจริงๆกันซักที มีของขายเต็มสองข้างทางเลยลูก กี๊ดด..มาม้าตาลุกวาวเลย..ข้ามสะพานแล้วเดินไปทางขวา..จะมีต้นไม้ขาย มีปลาไหล เต่า ปลาต่างๆให้ปล่อยทำบุญกันก่อน

แล้วจะมาถึงทางแยกอีกที คือจะเดินตรงไปหรือว่าเลี้ยวซ้าย พวกเราเดินตรงไปกันก่อน กี๊ดดด..ของกินละลานตามากๆเลยอ่ะ อยากกินไปหมด (มาม้ากับปาป๊ายังไม่ได้กินข้าวเช้ามาด้วยอ่ะ เจอไรเป็นน่ากินไปหมด)
มีท้องม้วนสดขายด้วย ขนมปังหน้าหมู ขนมแป้งจี่แสนอร่อย (เค๊าใส่มะพร้าวอ่อนด้วยอ่ะ เคี้ยวแล้วหนุบหนับดีมากๆไม่ได้ใส่มะพร้าวขูดแบบที่เคยกินหน่ะจ้า) สองข้างทาง มีร้านเตี๋ยวเรือตลอดเลย มาม้าอยากลงไปซัดเตี๋ยวเรือซักสองสามชามอ่ะ..แต่พลพรรคที่ไปด้วยกัน ยังเพลินกับซื้อของสองข้างทาง เลยเอาฟละ..เดินไปกินไปก็ได้
มีนี่ด้วย ทับทิมกรอบจิ๋วๆอ่ะ แม่ค้าไอเดียดีมากๆ เอาแห้วมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆทำหลายๆสีแล้วตักใส่แก้ว ใช้หลอดดูด มาม้าชิมดู อืม..ไม่หวานมากเท่าไหร่ หอมด้วย(แต่ถ้าคนชอบหวานก็ให้เค๊าใส่น้ำเชื่อมเพิ่มก็ได้นะคะ)

มีปลาทูต้มเค็มขายด้วย ตัวละ25บาท (แต่มาม้าไม่ได้ซื้อ เพราะว่าอากงหนูทำปลาทูต้มเค็มอร่อยที่สุดในโลกแล้วอ่ะ..ซื้อไปสงสัยโดนอาม่าค้อนแน่ๆอิอิ)
ขนมไทย ทองหยิบ ทองหยอด ขนมตาล ขนมจาก สองฟากฝั่งเนี่ย มีแต่ของน่ากิน(จริงๆแนะนำให้หาอะไรรองท้องมาก่อน ไม่งั้นซื้อหน้ามืดแบบมาม้าแน่ๆ กั่กๆๆ)
ในตลาดจะมีทั้งปากเป็ดทอดแล้วก็ปากเป็ดย่าง (ร้านปากเป็ดทอดถึงก่อน) อาม่าซื้อปากเป็ดทอดไปแล้ว พอมาเจออีกร้านเป็นแบบย่างก็บ่นเสียดาย แต่เห็นลูกค้าแถวนั้นซื้อกินกันซู๊ดซ๊าดใหญ่เลย
มีห่อหมกขนมครกด้วย ให้ผักแยะดี แต่ส่วนตัว มาม้าคิดว่ารสชาติไม่ค่อยเข้มข้นเท่าไหร่ (แต่โดยรวมก็โอเคนะ ให้คะแนนตรงที่ให้ใบยอแยะดี อิอิ)
แล้วก็นี่เลย ทีเด็ด..หอยทอดขนมครก..ตอนแรกนึกว่าจะต้องรอคิวนาน แต่ไม่เลยอ่ะ รอแป๊ปเดียวก็ได้หอยทอดสองกล่องมากินกันแล้ว(รู้สึกเค๊าจะมี่อยู่หกเจ็ดกะทะได้) มาม้าเลยบอกปาป๊ากับอาม่าว่าหาที่นั่งกินกันเหอะ หอยทอดต้องกินร้อนๆไม่งั้นมันนิ่มหมด ไม่กรอบ ไม่อร่อย

เราไปหาที่นั่งแวะกินข้าวกันก่อน มาม้าสั่งก๋วยเตี๋ยวเรือที่เค๊าขายกันบนบกอ่ะ ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่(ในใจคิดแต่ว่า ตรงท่าน้ำน่าจะอร่อยกว่าแน่ๆอิอิ ได้บรรยากาศ)
แล้วก็นี่เลย..วิลล์ฉายแววเจ้าชู้อ่ะ ระหว่างนั่งกินข้าว พอดีนั่งติดกับน้องนะโม..ลูกช้านนนน..เข้าไปกระลิ้มกระเหลี่ยสุดๆๆถามว่าชื่ออะไรครับ..กินข้าวยังครับ กั่กๆๆๆ แถมยังทำตาปริบๆใส่น้องเค๊าด้วยแหน่ะ

อาม่าซื้อ สาเกเชื่อมมากินด้วย ของโปรดอาม่าเลย อาม่าบอกว่าหากินยากมากๆ
อ้อ..มีอีกร้านนึงที่มาม้าติดใจ คือร้านแหนมปลากราย..คนขายคนนี้น่ารักมากๆๆพูดจาก็เพราะ..(ร้านจะอยู่ตรงลงสะพานไม้ เลี้ยวขวา เจอแยกที่จะตรงหรือว่าเลี้ยวซ้าย ให้เลี้ยวซ้าย เดินไปตรงหน่อย ร้านจะอยู่ทางขวามือ) แหนมเปรี้ยวกำลังดี ที่สำคัญถูกด้วย อันละ10บาทเอง..มาม้าเลยสอยมา10อัน พี่คนขายแถมให้อีกหนึ่ง

วันนี้ปาป๊าช่วยซื้อของคนพิการในตลาดด้วย เป็นพวกตะกร้าแบบเชือกรัดของพลาสติกสานๆหน่ะจ้า..สีสวยเชียว มาม้าซื้อใบเล็กแค่ 30บาทเอง แต่ปาป๊าใจดีบอกว่าให้ป้าคนขายไปเลย100นึงไม่ต้องทอน ถือว่าช่วยกัน เค๊าพิการยังขยันทำมาหากินหน่ะ ดีกว่าพวกมือเท้าดีๆแล้วไม่ยอมทำงาน
กว่าเราจะออกจากตลาดน้ำก็เกือบเที่ยงแล้ว..กินกันจนท้องป่อง..แถมยังขนซื้อของกลับไปกินกันต่อที่บ้านอีก
วันนี้มาตลาดน้ำ..ไม่ได้ถ่ายรูปครอบครัวเราเลย มาม้ามัวแต่ถ่ายรูปอาหารกับรูปหนู..อิอิ..เลยถ่ายกันในรถซะหน่อยก่อนหนูจะหลับ

โชคดีหนูหลับมาระหว่างทางก่อนถึงบ้านอาม่า..พอถึงบ้านอาม่า มาม้าก็อุ้มหนูลงไปนอนต่อในบ้านอีก
หนูตื่นมาบ่ายสาม..เล่นคึ่กๆๆๆ
พอสี่โมง..มาม้าขึ้นไปเปลี่ยนชุด..จะออกไปดินเนอร์ฉลองครบรอบแต่งงาน7ปี แล้วเอาหนูฝากไว้ที่บ้านอาม่าก่อน..ป๊าบอกว่าป๊าจองที่ไว้แล้วที่นิ้วโยกสเต๊กเฮ้าส์ (จริงๆชื่อร้านคือ นิวยอร์คสเต๊กเฮ้าส์ แต่มาม้ากับปาป๊าเรียกชื่อร้านแบบนี้กันจนติด)โรงแรมเจดับบิวแมริออท

แต่ก่อนถึงเวลาจอง..ป๊าขอแวะเอ็มโพเรียมซื้อหนังสือรถญี่ปุ่นก่อน ส่วนมาม้าแวะซุปเปอร์ซื้อผักสลัดกับผลไม้หน่อยนึง
มาถึงหน้าโรงแรมก่อนหกโมงเย็นนิดหน่อย..โหย..รถติดน่าดู..มาม้าบอกป๊าว่ามีงานแต่งงานแน่ๆ ซึ่งก็จริงดังคาดอ่ะ..ดูจากป้ายในโรงแรม รู้สึกว่าจะมีสองงานชนกันเลย

ดูป๊าจิ..บอกว่าหิวแล้ว..ทำไมร้านยังไม่เปิดซักที
เรามาเป็นแขกคู่ที่2ของร้าน..พอนั่งปุ๊ป..สั่งอาหารได้แล้ว..ขนมปังก็มาเสิร์ฟเลย

(อืมๆๆภาพที่ถ่ายจากร้านนี้ มืดแทบทั้งหมดเลยนะลูก มาม้าไม่กล้าใช้แฟลชหน่ะ เกรงใจโต๊ะอื่นเค๊า)
ขนมปังอร่อยมาก..อบมาร้อนๆเลย มีสี่แบบให้เลือก แบบกระเทียม..แบบผสมเครื่องเทศ..แบบงา..แล้วก็แบบธรรมดา..เสริ์ฟคู่กับเนยโฮมเมดแบบเค็มกับแบบกระเทียม
กี๊ดดดดดด..อร่อยๆๆมาม้าซัดขนมปังไปซะเต็มเหนี่ยวเลย
ซักพักนึง..ซุปก็มาเสิร์ฟ อันนี้ของมาม้าจ้า ซุปหอยลาย

ส่วนของปาป๊า สั่งซุปกุ้งมังกร (อิอิ..ไม่ได้ถ่ายมาอ่ะ)
ส่วนอาหารหลักคราวนี้..มาม้าสั่งแค่กุ้งย่างหน่ะ..(ที่เคยมากับป๊า สั่งสเต๊กทูน่า..โหยย.กินไม่หมด) ไม่อยากสั่งอาหารหนักมาก เพราะว่าจะเกิดอาการไม่ย่อยอีกแน่ๆ

ส่วนของปาป๊าสั่ง ริปอายสเต๊ก กร๊าก...สั่งแบบ 16ozหน่ะ ชิ้นใหญ่เป้งเลย (ปาป๊าถามคนขายว่าไซส์ขนาดป๊าเนี่ย ต้องสั่งเนื้อประมาณเท่าไหร่ เค๊าเลยบอกว่าให้สั่ง 16oz) กร๊าก ใหญ่สุดๆๆ..แต่ป๊าบอกว่าเนื้อนุ่มมากๆ แทบจะละลายในปากเลย

(ปาป๊าไม่ยอมให้ความร่วมมือเท่าไหร่..มาม้าเลยต้องชะโงกไปถ่ายสเต๊กป๊า..ป๊าบอกว่าโรคเก่ามาม้าสมัยเล่นพันทิพย์กำเริบอีกแล้ว..ถ่ายทุกอย่างและถ่ายทุกจาน กั่กๆๆ)
กินเสร็จมาม้ากับปาป๊าก็อืดดดดทั้งคู่ ตอนแรกนึกว่าแค่กุ้งย่าง..จะไม่อิ่มเท่าไหร่..โหวว.เล่นเอามาม้าจุกไปเลยแถมกินไม่หมดด้วย (กี๊ดดดดด..ไม่น่าเชื่อเลยว่าหุ่นอย่างมาม้าจะกินไม่หมด)
พนักงานเสริ์ฟมาถามว่า จะสั่งของหวานไม๊ มาม้ากับปาป๊ามองหน้ากันแล้วบอกว่า ไม่เอาแล้ว..ยัดไม่ลงแล้วค่ะ อิอิ
(จริงๆปาป๊าโทรมาจองโต๊ะ แล้วบอกเค๊าแล้วว่าวันนี้anniversary ทางร้านก็บอกว่าจะเตรียมของหวานไว้ให้ แต่ก็ไม่มีอีกแล้ว สองปีก่อนเคยมาฉลองครบรอบแต่งงานที่นี่ ก็ไม่มีของหวานให้อย่างที่เคยบอกไว้เช่นกัน แต่ช่างเถอะ..จริงๆมาม้ากับปาป๊าก็อิ่มสุดๆแล้วอ่ะ ยัดอะไรไม่ลงแล้วจริงๆ)
กินเสร็จก็ทุ่มครึ่งแล้วหล่ะ ปาป๊ารีบเช็คบิลแล้วก็ชวนมาม้ากลับไปรับวิลล์ที่บ้านอาม่า..(คิดถึงหนูกันทั้งสองคน) ระหว่างทางขับผ่านโรงแรมคอนราดกับโรงแรมพลาซ่าแอทเธนี..โหวว..รถเต็มเหยียดทั้งสองโรงแรมเลย..อิอิ..วันนี้วันดีจริงๆ
นานๆได้ไปไหนมาไหนกันสองคน..ก็ดีเหมือนกัน ปาป๊ากับมาม้านั่งจับมือกันตลอดทาง..คุยกันหนุงหนิงเรื่องชีวิตคู่ที่ผ่านๆมา
มาม้าอยากบอกปาป๊าว่า ขอบคุณปาป๊ามากๆที่รักครอบครัว รักมาม้า รักวิลล์แล้วก็รักน้องที่กำลังจะมาเกิดใหม่ ไม่มีปาป๊า มาม้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะหาครอบครัวที่มีความสุขแบบนี้ได้จากใครอีก
ถึงปาป๊าจะทำงานหนักและกลับบ้านดึก..แต่ปาป๊าก็ย้ำเสมอว่า อย่าน้อยใจนะ..และขอให้มาม้าเข้าใจว่าที่ปาป๊าทำทุกวันนี้ก็เพื่อมาม้าและลูกๆ
มาม้าเคยคิดน้อยใจเหมือนกันที่ปาป๊าทำงานหนักและกลับดึก..แต่ตอนนี้ไม่แล้วหล่ะ..แล้วมาม้าก็อยากบอกปาป๊าเหมือนกันว่า มาม้ารักปาป๊าที่สุดในโลกเลย..ขอบคุณวันเวลาดีๆๆที่เรามีให้กันมาตลอด7ปีและต่อๆไปด้วย
รักปาป๊า รักวิลล์และรักเจ้าหนูในท้องด้วยจ้า
|