วันที่ 7 มกราคม 2551
วันนี้ตอนเช้า มาม้ากับปาป๊าพาหนูไปสมัครเรียนที่ รุ่งอรุณ
ปาป๊าให้เด็กที่ออฟฟิศไปรอซื้อใบสมัครแต่เช้า เพราะเห็นบอกว่ามีขายแค่ 150ใบเท่านั้น (กร๊าก..แต่ก็ยังไม่เร็วเท่าคุณพ่อจุ่นจุ๊น อิอิ)
เราไปกรอกใบสมัคร ทิ้งหลักฐานไว้ แล้วต้องรอถึงสิ้นเดือน ตุลาคมโน่น กว่าเค๊าจะมาเรียกไปสอบสัมภาษณ์อีกที (เพี๊ยง..คราวนี้ขอโอกาสให้ได้สอบสัมภาษณ์หน่อยเหอะ คราวจิตตเมตต์เนี่ย ยังไม่ทันได้คุยกันเลย ก็เต็มซะแล้ว)
เสร็จจากรุ่งอรุณแล้ว เราเลยแวะไปดูโรงเรียน ปษิตา ตรงซ.สวนผักกัน มาม้าเห็นป้ายรร.หลายรอบแล้ว ตอนก่อนขับรถไปทำงาน ก็เห็นว่าใกล้บ้านดี แล้วก็น่าจะสะดวกรับส่งด้วย เลยชวนป๊าแวะไปดูกันดีกว่า ไหนๆก็ไหนๆแล้ว
ปษิตาเป็นรร.เล็กๆที่เพิ่งตั้งมาประมาณปีกว่าๆ เจ้าของรร.เป็นคนเดียวกันกับเจ้าของรร.ไตรภพพิทยาที่จังหวัดลำปาง ซึ่งก่อตั้งมา 45ปีแล้ว ตอนนี้มีเด็กทั้งรร.แค่ 30กว่าคนเอง
คุณครูบอกว่าที่นี่สอนแบบกึ่งๆวิชาการและกึ่งบูรณาการ มีศิลปะ ร้องรำทำเพลงและอื่นๆ
ส่วนเรื่องความปลอดภัยก็ได้มาตรฐานเหมือนตามรร.อื่นๆทั่วไป คือคนที่จะมารับน้องจะต้องมีบัตรแสดงด้วย
ที่มาม้ากับปาป๊าชอบมากที่สุดคือที่นี่ลมโกรกมากๆพัดเย็นสบายเลย ห้องเรียนไม่ติดแอร์ ห้องน้ำสะอาด ห้องเรียนก็ใหญ่ได้มาตรฐาน แล้วชั้นเด็กเล็กที่นี่ก็เพิ่งมีแค่ 16คน/ครู2คน/ครูพี่เลี้ยงอีก 1คนด้วย
เดินออกมามองหาหนูอีกที อ้าว..เข้าไปอยู่ในห้องเรียนซะแล้ว ถามพี่ไรๆก็บอกว่า เดินมาถึงตรงนี้ แล้วก็มองๆ พอคุณครูกวักมือเรียก ก็เปิดประตูเข้าไปนั่งเรียนกับคนอื่นด้วยเฉยเลย กั่กๆ มาม้ากับปาป๊าก็เลยแอบดูกันอยู่ตรงประตู แต่พอหนูเห็นมาม้าก็รีบวิ่งมาหา แล้วบอกให้อุ้มๆ

อยู่กันซักพักใหญ่เราก็ลาคุณครูกลับ พอขึ้นรถก็คุยกับป๊าๆก็บอกว่าที่นี่ก็ใช้ได้นะ เล็กดี คุณครูน่าจะดูแลเด็กได้ทั่วถึง ใกล้บ้าน แล้วค่าเล่าเรียนก็ไม่โหดมากด้วย
ก็คงจะสรุปกันว่า คงพาหนูมาเข้าเตรียมอนุบาลที่นี่แหล่ะลูก แล้วรอลุ้นกันปลายปีว่าหนูจะเข้า อ.1 ที่รุ่งอรุณ สาธุๆๆๆ
วันที่ 10 มกราคม 2551
หนูไปหาอาม่ากับกิ่มกิ๋มที่โรงงาน ดูสิ..ใส่ชุดไรไม่รู้ กั่กๆ เลือกเองด้วยนะ ตื่นมาก็บอกมาม้าว่าจะเอาชุดบาร์นี่ (จริงๆคับก้นมากๆแล้วด้วย ไม่ใส่แพมฯเนี่ย เป้ากางเกงเข้าไปอยู่ในร่องก้นแล้ว กั่กๆ) แถมลงมาบอกว่าจะใส่รองเท้าบู๊ทอีก กั่กๆ

(เดี๋ยวนี้นะ..เผลอทีไร หนูเป็นต้องกัดหนังที่นิ้วทุกทีสิน่า)
วันที่ 13 มกราคม 2551
วันนี้เรามีนัดอากง อาม่า โกวกับเจ็กไปทำบุญบริจาคของกันที่โรงเรียนหลวงสินธุ์ฯ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร
รร.หลวงสินธุ์ฯก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2475 โดยประมาณ เป็นรร.เก่าแก่มากๆแล้วของอำเภอนี้ ตอนหลังเนี่ยอาคารไม้โดนปลวกกินจนผุพัง ก็เลยมีการระดมกำลังทรัพย์ของญาติโยมในการสร้างอาคารใหม่ให้กับเด็กๆในรร.

อากงแทบจะเป็นประธานในการหาทุนสร้างรร.เลย อากงคุ้นเคยกับคนแถบนี้เนื่องจากว่าอากงมีสวนผลไม้ กับวังกุ้งอยู่หลายแห่งในอำเภอนี้ แล้วก็อยากจะให้เด็กที่นี่ได้มีอาคารเรียนดีๆได้เรียนกัน
ทุกปี บ้านเราจะช่วยกันระดมเงินในการซื้ออุปกรณ์กีฬา สมุดดินสอ หนังสือเรียน นมกล่องและกำลังทรัพย์บางส่วน มามอบให้กับที่รร.นี้
และปีนี้ก็อีกเช่นกัน

ครูใหญ่ไม่รู้จะให้ไรอากง ก็เลยมอบส้มซึ่งเป็นผลผลิตประจำท้องถิ่นให้อีกหนึ่งตะกร้า
ส่วนวิลล์เนี่ย ระหว่างนั่งรอผู้ใหญ่คุยกัน ก็เข้าไปนั่งเล่นในห้องครูใหญ่ แถมยังไปยกเอาเรือไม้ ของประดับห้องของครูลงมาเล่นๆไงไม่รู้ ผลปรากฎว่ากราบเรือหัก กั่กๆๆต่อก็ไม่ติดด้วย แป่ววว

ได้เวลาลาคุณครูที่รร.แล้วเราก็แวะไปที่วังกุ้งของอากง
อากงเลี้ยงกุ้ง ทำสวนแก้วมังกร กับสวนชมพู่เป็นอาชีพเสริม เนื่องจากว่าอากงเกษียณมานานแล้ว อยู่เฉยๆก็เบื่อ อากงชอบทางนี้ก็เลยมาลงทุนทำสวนที่นี่ ทำมาหลายปีแล้วหล่ะ พวกเราเลยมีผลไม้อร่อยให้กินกับเกือบทุกครั้งที่แวะไปที่บ้านอากง

อากงบอกว่า อย่างเลี้ยงกุ้งเนี่ย จะรู้ได้ไงว่าอาหารที่ใส่ลงไปในบ่อให้กุ้งเนี่ย หมดรึยัง ก็ต้องลองไปยกกระชอนนี่ขึ้นมา (ภาพล่างซ้าย) ถ้ายังมีอาหารเม็ดอยู่เต็มกระชอน ก็แปลว่าอาหารยังคงเพียงพอ ไม่ต้องให้เพิ่ม กุ้งเป็นสัตว์ขี้ตกใจและอ่อนไหวมากๆ ฤดูเปลี่ยนหน่อย ก็อาจทำให้กุ้งน๊อกได้ ฉะนั้นต้องดูแลมันมากหน่อย (เฮ่อ..กินง่ายกว่าเลี้ยงแยะเลย อิอิ)
ออกจากวังกุ้ง..ก็ไปดูที่ที่รางจันทร์ เป็นที่ติดกับทะเลเลย ถ้าเปิดประตูน้ำที่ติดกับฝั่งทะเล ส่วนใหญ่ก็จะมีกุ้งกับปูธรรมชาติหลุดเข้ามาในบ่อด้วยด้วย
คราวก่อนมา อากงให้คนงานช้อนหอยแครงขึ้นมากิน กี๊ดดดดดด..ตัวใหญ่เบ้ง เนื้อหวานกรอบมากๆเลย

ที่นี่เลี้ยงหอยแครง ปลากระพง แล้วก็ปูม้าเป็นหลัก วันนี้อากงเลยให้คนงานเอาปูม้าขึ้นมาแทน

กร๊าก..ตอนแรกทำท่ากล้าๆกลัวๆ สุดท้ายป๊าเลยลองให้จับปูดู..เออ..กล้าด้วยแฮะ ปกติหนูเป็นเด็กปอดแหกสุดๆ แต่วันนั้นเนี่ย ยืนเฝ้ากล่องปูไม่ห่างตาเลย
สงสารปูเหมือนกันนะลูก เป่าฟองฟอดๆๆเสียงดังสนั่นหลังรถป๊าเลย..งือๆ..มันคงรู้ชะตากรรมว่า อีกซักครู่คงต้องกลายเป็นปูผัดผงกะหรี่ กับปูนึ่งซะแล้ว
หนูถามมาม้าว่าปูทำอะไร..เสียงดังฟอดๆๆฟู่ๆๆ มาม้าเลยบอกว่า มันกำลังเป่าbubble หน่ะลูก ฮือๆๆ
เฮ่อ..วันนี้ขึ้นๆลงๆ จากในรถเย็นๆ ลงจากรถก็ร้อนมากๆ สลับกันแบบนี้หลายหน พอตกเย็นมาม้ามึนไปเลย..เหมือนจะจับไข้ไงไม่รู้
วันที่ 14 มกราคม 2551
วันนี้มาม้ามาทำงานด้วยความมึนงงเล็กน้อย ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดตัวไปหมดเลย สงสัยมาจากพิษแดดเมื่อวานนี้แน่ๆ
เย็นวันนี้มาม้ามีนัดกินข้าวกับเพื่อนๆที่สาธิตประสานมิตรด้วย ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว ยังดีที่มาม้าซัดไทลินอลไปซะ2เม็ด พอจะขับรถไปเจอที่ร้านอาหาร อาการก็ทุเลาลงเพื่อนๆกลุ่มนี้จะได้เจอกันทีก็ต้องมีโอกาส เช่นทำบุญบ้าน กลับจากต่างประเทศ หรือว่าใครนัดแจกการ์ด กั่กๆๆ แต่วันนี้เจอกันเพราะว่าบีกลับมาเที่ยวเมืองไทย4วัน (ตอนนี้ไปทำงานที่สำนักกฏหมายที่ญี่ปุ่น)
วันนี้นัดเจอกันที่ร้าน ครัวในบ้าน ซอยหลังสวน
รถติดสุดๆเลยวันนี้ เพราะว่าอยู่ดีๆฝนก็ตกกระหน่ำลงมาตอนซักบ่ายสามโมง การจราจรแถบนั้นที่ว่าติดอยู่แล้วก็ยิ่งติดกระหน่ำเข้าไปใหญ่ เฮ่อ..อากาศมันคงร้อนนนนนมากนั่นแหล่ะ ฝนเลยตก

เสียดายมาม้าถ่ายรูปอาหารมาไม่หมดทุกอย่าง บางอย่างมานึกได้ตอนจกกันไปเกือบหมดจานแล้ว ที่นึกได้ตอนหมดแล้วก็มี ฟองเต้าหู้ห่อกุ้งทอด(กี๊ด..อร่อยมาก) ต้มแซ่บ
กระดูกหมูอ่อน(กี๊ดดดดด..อันนี้แซ่บมากอีกเช่นกัน) แกงเลียง หอยเชลล์ผัดซอสเอ๊กซ์โอ สาวๆกลุ่มมาม้ากินกันไม่แพ้หนุ่มๆเลยนะจ๊ะ
นั่งเมาท์ๆกัน จนเกือบสามทุ่ม มาม้าเลยขอตัวกลับก่อน เพราะว่าใกล้จะได้เวลาเข้านอนของหนูกันแล้ว
ถ่ายรูปหมู่กันหน่อย ก่อนกลับ อิอิ สังเกตุว่ามาม้ามักจะแอบอยู่ด้านหลัง บังหุ่นกันหน่อย

เพื่อนดีๆเนี่ย ไม่ได้เจอกันนานแค่ไหน คุยกันทีไรก็ต่อกันติดทุกทีสิน่า อิอิ
รักวิลล์มากครับ
มาม้า
|